วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

Learning Log 09

สิ่งที่ได้เรียนรู้

วันนี้ได้หัดทำ Joomla! โดยการจำลองสถานการณ์ จัดตั้งบริษัท ABC Group ขึ้น
โดยมีสินค้าที่จะนำเสนอ 2 หมวดหมู่ด้วยกัน คือ กล้อง กับ notebook ซึ่งในการเรียนวันนี้ค่อนข้างซับซ้อน
ถ้าหากเสียสมาธิตอนไหนไปแล้ว จะหลุดออกนอกวงโคจรไปเลย แล้วจะกลับมาค่อนข้างยาก ต้องตั้งใจทำเท่านั้น!!!! นอกจากส่วนของเมนูทั่วไปแล้ว ยังมีการจัดทำส่วนของสมาชิก ที่จะต้องมีการลงทะเบียน และได้รับสิทธิพิเศษอื่นๆด้;p
นอกจาได้ทำ workshop แล้วยังได้เรียนเทคนิคของเพื่อนเพิ่มด้วย คือการเปลี่ยนภาพไอคอน และการจัดทำ popup


สิ่งที่ต้องไปค้นคว้าเพิ่มเติม

- ศึกษาและหัดทำ Joomla! ให้ได้มากขึ้น
- เตรียมทำโปรเตคต่อไป


ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม

วันนี้เรียนสนุกดีค่ะ พอได้ลองทำแบบที่มีคนคอยชี้แนะแล้วมันดีกว่ามากๆ แล้วต้องมีสมาธิตลอดเวลา ห้ามหลุด ไม่งั้นจะทำตามไม่ทัน > <"

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553

Learning Log 08

สิ่งที่ได้เรียนรู้

วันนี้ได้ present WebQuest ค่ะ แล้วก็ได้ดูของเพื่อนๆที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว รู้สึกว่าได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องไอเดียในการออกแบบ ข้อบกพร่อง หรือสิ่งที่ควรระวังในการทำงาน และโดยเฉพาะในการทำ WebQuest ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรจะจำเอาไว้ใช้ในการทำงานเว็ปต่างๆ และการพัฒนารูปแบบการทำ WebQuest ต่อไปในอนาคตค่ะ


สิ่งที่ต้องไปค้นคว้าเพิ่มเติม

จะต้องไปศึกษาเกี่ยวกับเทคนิค และวิธีการใช้ Joomla! ค่ะ พร้อมทั้งหาเทคนิคมาเพิ่มอีก 1 เทคนิคด้วยค่ะ แล้วก็เตรียมทำงานโปรเจคต่อไปค่ะ


ข้อเสนอแนะ

การได้มาดูผลงานเพื่อนๆหลังจากที่ไปพัฒนากันมาแล้วนั้น เห็นถึงความต่างจริงๆค่ะ ระหว่างก่อนแก้ไข และหลังแก้ไข ทำให้เราได้เห็นว่าการทำงานต่างๆนั้นถ้ามีคนหลายๆคนมาช่วยกันในการแสดงความคิดเห็น งานจะออกมาดีกว่าการทำโดยที่ไม่มีการเอามาให้ดูแล้วให้แสดงความคิดเห็น หรือติชมค่ะ

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553

Learning Log 07

สิ่งที่ได้เรียนรู้

วันนี้ได้เรียนเรื่อง. . .

CMS & LMS

การพัฒนาเว็บไซต์แบบเดิมๆ จะไม่ได้แยกโครงสร้างของเว็บไซต์ ส่วนการแสดงผลและส่วนเนื้อหาออกจากกัน จึงไม่สามารถแยกแก้ไขเฉพาะส่วนได้ เกิดปัญหาหลายๆอย่าง เช่น link ตาย และต่อมาได้เกิด CMS ขึ้น หรือก็คือ แนวทางการพัฒนาเว็บไซต์แบบกึ่งสำเร็จรูป "Content Management System" ซึ่งจะช่วยในการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น

CMS นั้นเป็นระบบที่นำมาช่วยในการสร้าง และบริหารเว็ปไซต์แบบสำเร็จรูป และผู้ใช้งานแทบจะไม่ต้องมีความรู้เรื่องการเขียนโปรแกรมมาก่อนเลย

โดยประกอบด้วยระบบย่อยต่างๆ คือ - ระบบจัดการข่าวสาร -ระบบจัดการบทวิจารณ์ -ระบบจัดการสมาชิก -ระบบสืบค้นข้อมูล -ระบบจัดการไฟล์ดาวน์โหลด และ -ระบบจัดการป้ายโฆษณา

ตัวอย่าง Sofeware ที่ใช้สร้าง CMS . . .
- Wordpress.org : เดิมใช้ช่วยสร้างบล็อก ซึ่งเขียนด้วยภาษา PHP แต่ต่อมาได้ถูกพัฒนาให้มีความสามารถมากขึ้น และเป็นที่นิยม เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูง และมีปลั๊กอินเยอะ ตัวอย่างหน่วยงานที่นำไปใช้ได้แก่ CNN
- Drupal : เนื้อหาต่างๆ และcontent จะถูกเก็บในฐานข้อมูล เป็นรูปแบบของ Dynamic และแสดงเนื้อหาทางเว็บเบราเซอร์
- Google Site : ให้บริการพื้นที่เว็บไซต์ง่ายๆ มีเท็มเพลตสำเร็จรูปให้เลือก แต่มีข้อจำกัดในการปรับแต่ง ที่ทำได้ไม่มากเท่าใดนัก และไม่สามารถใช้ร่วมกับระบบฐานข้อมูลได้ แต่ข้อดีคือ ใช้งานง่าย
- Mambo : เคยเป็นต้นแบบของ Joomla แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าใดนัก มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับ Joomla
- Joomla! : ได้รับความนิยมมาก เพราะมีจุดเด่นคือ สามารถปรับแต่งเว็ปไซต์ได้ตามความต้องการ และมีฟังก์ชันให้เลือกใช้หลากหลาย

Learning Management System (LMS) คือ ระบบนำเสนอความรู้ จ้ดเก็บข้อมูลเพื่อติดตามสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น และสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน E-Learning ให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยโดยเป็นสภาพแวดล้อมการเรียนการสอน เช่น -การสร้างบทเรียน การสร้างกิจกรรมออนไลน์ -การสร้างแบบทดสอบออนไลน์ -การจัดการประเมินออนไลน์ -การตรวจสอบเวลาเรียนของผู้เรียน -การตรวจสอบการทำกิจกรรมให้คะแนนผู้เรียน

Blackboard: เป็นระบบที่จุฬาฯ นำมาใช้ ถือเป็น LMS รูปแบบหนึ่ง คือสามารถให้ผู้เรียนดาวน์โหลดเอกสารต่างๆได้ แต่ก็มีข้อจำกัดคือ เป็นลิขสิทธิ์ มีการเสียค่าใช้จ่ายในการใช้

TCU : เป็นระบบของการเรียน e-learning ที่พัฒนาขึ้นมาเอง เพื่อตอบสนองความต้องการ ซึ่งจะมีโครงการของต่างประเทศที่คล้ายกันคือ Sakai-Project

ATutor : เป็นระบบที่สามารถปรับแต่งได้เองอย่างอิสระ และทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้หลากหลายมากขึ้น

Moodle : เป็นระบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สามารถออกแบบรายวิชาได้ตามความต้องการ มีฟังก์ชั่นการใช้งานมากมาย ทำให้จัดการเรียนการสอนออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็มีข้อจำกัดคือ โครงสร้างค่อนข้างตายตัว

Learnsquare : ถูกพัฒนาโดย Nectec เป็นระบบที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตามอัธยาศัย ทุกที่ทุกเวลา ในระบบมัลติมีเดีย ทั้งบทความ ภาพ เสียง VDO และสามารถโต้ตอบได้เหมือนในห้องเรียนปกติ

จากนั้นก็ได้เรียนเรื่อง "การติดตั้ง AppServ เพื่อทดสอบ Joomla! ในเครื่อง", "ขั้นตอนการติดตั้ง Joomla!" และ "การสร้างเมนู Joomla!"

ตามด้วยเรื่อง "รู้จัก Front-end และ Back-end"
Front-end : (http://localhost/joomla) เป็นส่วนของหน้าเว็ปไซต์แสดงเนื้อหา แบ่งเป็น Module ต่างๆ เช่น
- Latest News : แสดงบทความล่าสุด
- Popular : แสดงบทความที่มีผู้ชมมากที่สุด
- Polls : เก็บรวบรวม และแสดงข้อมูลและผลทางสถิติ
- Search : สำหรับค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์
- Main Menu : แสดงเมนูหลัก
- Resources : เป็นเมนูสำหรับไปยังแหล่งข้อมูลต่างๆ


Back-end : (http://localhost/joomla/administrator/) เป็นส่วนของผู้ดูแลระบบ ที่จะทำการจัดการเว็ปไซต์
- Site : ทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับฐานข้อมูล
- Menus : จัดการเมนูและลิ้งค์ในเว็บไซต์
- Content : จัดการกลุ่มของบทความ
- Components : ปรับตั้งค่า component ต่างๆในเว็ปไซต์
- Extension : อินสตอล ลบ extension ต่างๆ และปรับตั้งค่า extension อื่นๆ
- Tools : รวบรวมเครื่องมือที่สนับสนุนการทำงานในระบบต่างๆ ส่งข้อความไปยังสมาชิก การอ่านเขียนข้อความส่วนตัว ฯลฯ
- Help : รวบรวมข้อมูลที่ให้ความช่วยเหลือต่างๆ


การจัดการ Content บน Joomla! : Content ใน Joomla! มีโครงสร้าง 3 ส่วน คือ
- Article : ข้อมูลหรือเนื้อหา
- Category : หมวดหมู่ย่อยของ Article ซึ่งเก็บรวบรวม Article ที่อยู่ในหมวดเดียวกันไว้ด้วยกัน
- Section : หมวดหมู่หลักของ Article ซึ่งเก็บรวบรวม Category ที่อยู่ในหวดเดียวกันไว้ด้วยกัน

** Section เก็บ Category และ Category เก็บ Article **
** Uncategorized = Article แบบโดดๆ ไม่จัดอยู่ในหมวดหมู่ใดเลย **

**ถ้าเปรียบเทียบกับ Directory กับคอม จะมีการสร้างไดเรกทอรีหลัก (section) สำหรับการเก็บข้อมูล และภายในไดเรคทอรีหลักก็อาจจะมีการสร้างไดเรคทอรีย่อย (category) แล้วจึงจัดเก็บไฟล์ (article) ไว้ในไดเรคทอรีย่อยเหล่านั้นอีกที แต่โครงสร้างของ Joomla! มี 2 ระดับเท่าน คือ Section และ Category ไม่สามารถสร้างย่อยกว่านี้ได้

**Joomla! Extension มีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภทหลัก คือ
- Module : ใช้สำหรับแสดงผลในหน้าเว็ปไซต์
- Component : ซับซ้อนกว่าโมดูล สามารถปรับแต่งได้อย่างละเอียด
- Plugin : เป็นส่วนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการติดต่อระหว่างผู้ชม หรือผู้ดูแล

**Extension Template

Joomla แบ่งการทำงานโดยแบ่งแยกข้อมูลในเว็บไซต์และการแสดงผลออกจากกัน นั้นหมายความว่า เมื่อต้องการเปลี่ยนหน้าตาของเว็บไซต์ ก็เพียงแต่เปลี่ยน Template ของเว็บไซต์ใหม่เท่านั้น

Template คือ รูปร่างหน้าตาของเว็บไซต์ทั้งหมดที่แสดงผลทางเว็ปไซต์ ซึ่งสามารถนำไปใช้ร่วมกันในทุกๆหน้าของเว็ปไซต์ มีความเป็นเอกภาพและความเหมือนกันทั้งเว็ปไซต์ โดยในแต่ละ Template จะประกอบด้วยไฟล์หลายประเภท ทั้งไฟล์ภาษา PHP หรือไฟล์ภาพ โดยในTemplate นั้น จะมีทั้ง Freeware และ commercial ให้เลือกดาวน์โหลดกัน นอกจากนั้นยังได้เรียนรู้การปรับแต่ง Joomla ของเราทั้งการสร้างเมนู ใส่ Article ปรับแต่ง Template แก้ภาษา และฟังก์ชั่นอื่นๆอีกมากมาย

และสุดท้ายก็ได้เรียนเรื่อง"การติดตั้ง Extension - การเปลี่ยน Template" และ "การติดตั้ง Extension - การติดตั้งภาษาไทย" ซึ่งเป็นตัวอย่างของการติดตั้ง Extension


สิ่งที่ต้องค้นคว้าเพิ่มเติม
- Present WEBQUEST
- เตรียมทำงาน Project ต่อไปค่ะ

ข้อเสนอแนะ
ดูแล้วน่าจะง่ายกว่าการใช้ Dreamweaver มากๆเลยค่ะ ^^

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Learning Log 06

สิ่งที่เรียนรู้

วันนี้ได้นำเสนอผลงาน webquest ที่ได้ทำกันมา แต่กลุ่มของหนูมีปัญหาในเรื่องของการลงโปรแกรม Dream weaver ทำให้ยังทำงานออกมาเป็นรูปแบบเว็ปได้ไม่ค่อยสมบูรณ์ แต่ก็ทำในส่วนของเนื้อหาที่จะจัดใส่ลงบน webquest มาเรียบร้อย รวมไปถึงสิ่งต่างๆที่จะนำลงมาใช้อย่าง template, icon, ภาพประกอบ หรือแหล่งข้อมูลที่จะนำลงใน webquest

แต่ในวันนี้ระหว่างที่รอที่จะนำเสนอผลงานนนั้น ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น....จากหน้า template เดิมที่ใช้เป็นสีโทนฟ้าอ่อน พี่ไอซ์ได้ลองเปลี่ยนให้เป็นสีโทนนำเงินเข้ม แล้วก็เกิดการลังเลกันว่าจะเอาแบบไหนดี แต่ความเห็นส่วนใหญ่ชอบรูปแบบสีน้ำเงินเข้มมากกว่า เพราะจะตรงกับตอนหนึ่งในเรื่องที่เป็นตอนที่มีพายุ

แล้วก็ในตอนแรกคิดกันไว้ว่าที่หน้าเว็บอยากจะให้มี scroll bar แต่ก็ได้ความรู้ใหม่ว่า คนส่วนใหญ่นั้นจะไม่ชอบให้มี scroll bar ซ้อนกัน ซึ่งก็ทำให้ยกเลิกการทำในส่วนของ scroll bar นี้ไป

สิ่งที่จะทำเพิ่มเติม

ก็จะไปทำตัว webquest ให้เสร็จเรียบร้อย รวมทั้วปรับแก้ในส่วนของเนื้อหา และรูปแบบ webquest

ข้อเสนอแนะ

DreamWeaver มันเป็นปัญหากับหนูมากเลยค่ะอาจารย์ พอจะลงโปรแกรม เครื่องก็เหมือนจะระเบิดตัวเอง T^T แต่วันนี้ที่ได้เห็นผลงาน และความคืบหน้าของเพื่อนๆก็ดีค่ะ ทำให้รู้สึกฮีดท่จะทำงาน และต้องตื่นตัวมากขึ้นค่ะ

วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log 05

สิ่งที่ได้เรียนรู้

วันนี้ได้เรียนรู้ถึงการสร้างภาพเคลื่อนไหวโดยใช้โปรแกรม Image Ready ซึ่งขั้นตอนในการทำนั้นไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่กด File > Import > Folder as Frames แล้วก็ปรับความเร็วในการเล่น แล้วก็ save file เป็นสกุล .gif

แล้วก็ได้เรียนเรื่องการใช้โปรแกรม DreamWeaver เบื้องต้นในการสร้าง Web ซึ่งมีเรื่องดังต่อไปนี้
- การตั้งค่าsite เป็นการจัดตั้งที่เก็บไฟล์ในการทำงาน
- การตั้งค่าภาษา เป็นการทำให้ Web ของเราสามารถเปิดที่ไหนก็ได้ซึ่งจะใช้เป็น Unicode (UTF-8)
- การตั้งค่าเว็บเพจ เป็นการตั้งค่าทั่วไป อย่าง ชุดตัวอักษร สี ขนาด รูปแบบ ของตัวอักษร จุดเชื่อมต่อ หัวกระดาษต่างๆ เป็นต้น
- การสร้างตารางและใช้ตารางในการจัดองค์ประกอบหน้าเว็บ เป็นการสร้างตารางเพื่อใช้ในการจัดแบ่งหน้าหรือแบ่งส่วนของหน้าเว็บ
- การสร้างtemplate เป็นการบันทึกหน้าเว็บเป็น Template เพื่อลดเวลาสร้างหน้าเว็บทุกๆหน้าให้เหมือนกัน โดยเหลือเพียงแค่เฉพาะส่วนที่ต้องการแก้ไขให้สามารถเปลี่ยนแปลงได้
- การสร้าง Rollover Button เป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้กับ Web เพื่อให้มีการโต้ตอบกับผู้ใช้งาน
- การสร้าง link เป็นการทำให้เกิดการเชื่อมโยงกันระหว่างหน้าใน Web site

สุดท้ายก็ได้เรียนเรื่อง การใส่ Javascript เพื่อให้ Web ดูมีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น และทำให้สามารถเพิ่มความน่าสนใจของ Web ได้


สิ่งที่ต้องเตรียมมา

- จะต้องศึกษาเรื่อง DreamWeaver เพิ่มเติมอย่างมากๆ
- ทำ web ให้ได้ 70%


ข้อคิดเห็น

เนื้อหาวันนี้ยาก แล้วก็เยอะมากๆเลยค่ะอาจารย์ ก็ยังมีงงๆบ้าง แต่คิดว่าถ้าให้เวลากับมันก็น่าจะทำได้

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log 04

สิ่งที่ได้เรียนรู้



วันนี้ก็ได้ดูผลงานการออกแบบ WebQuest ของเพื่อนๆ ได้เห็นตัวอย่างดีๆเยอะเลยค่ะ แล้วก็ได้รู้ถึงข้อเสียของ WebQuest ที่ตัวเองออกแบบมา เพื่อที่จะได้นำไปปรับปรุงในการทำงานต่อไป



จากนั้นก็ได้เรียนเรื่อง Slide ซึ่งก็คือการแบ่งภาพ เพื่อที่จะนำไปลิงค์ถึงหน้าอื่นๆได้ ซึ่งการใช้ Slide นั้นในตอนแรกคิดว่าจะยุ่งยาก แต่พอได้ลองศึกษา และปฏิบัติจริงๆแล้วไม่ยากอย่างที่คิด แล้วก็ทำให้การใช้งานในการสร้าง Web ของเรานั้นง่ายขึ้น

ข้อควรจำในวันนี้คือ...ในตอนที่เรา save file เป็น save for web นั้นควรจะตั้งชื่อให้สัมพันธ์กับการใช้งาน เพราะเวลาที่เราจะนำมาลิงค์ จะได้ไม่สับสนว่าชื่อหน้าที่เราจะลิงค์ไปนั้นคืออะไร





สิ่งที่จะนำมาในคราวต่อไป


PPT การออกแบบ WebQuest กลุ่มที่ทำขึ้น หรืออันที่พัฒนามาดีแล้ว



ข้อเสนอแนะ
วันนี้เรียนไม่หนักมากดีค่ะ เนื้อหาไม่เยอะเกิน แล้วก็ได้ลองฝึกปฏิบัติแบบไม่ลนด้วย

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log 03

สิ่งที่ได้เรียนรู้

ได้เรียนเรื่อง

ADDIE Model ซึ่งก็จะเหมือนกับที่เคยเรียนมาในวิชา system

1. Analyze : การวิเคราะห์ ประกอบด้วย 3 หัวข้อย่อยๆ คือ
- goal : วิเคราะห์วัตถุประสงค์ของบทเรียน
-audience : วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย
-environment : วิเคราะห์บริบทต่างๆ เช่น อุปกรณ์ เป็นต้น

2. Design : การออกแบบโครงสร้างของ Website ซึ่งในขั้นนี้เป็นขั้นที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นขั้นตอนที่จะทำให้ Website ของเรานั้นออกมาเป็นรูปร่างที่ชัดเจน

*rapid prototype....การออกแบบคร่าวๆ ก่อนที่จะไปพัฒนาจริง

3. Develop : การพัฒนา เป็นขั้นตอนต่อจาก rapid prototype ที่ได้รับการยอมรับแล้ว ในขั้นนี้จะเป็นการออกแบบพัฒนาต่อจากเดิมที่ได้ออกแบบไว้ เพื่อให้ Website มีความสมบูรณ์มากขึ้น

4. Implement : เป็นขั้นของการนำไปใช้ ซึ่งในขั้นนี้จะเป็นเพียงการทดลองใช้ก่อน หรือจะนำไปใช้จริงๆเลยก็ได้

5. Evaluation : การประเมินผล ดูว่าผลที่ได้เมื่อเรานำ Website ของเราไปทดลองใช้แล้วได้ผลเป็นอย่างไร จากนั้นอาจจะนำข้อมูลที่ได้ในคราวนี้มาปรับแก้ และพัฒนาตัว Website ต่อไป


GAGNE 9 ขั้น

1. Gain Attention : การนำวิดิโอ ภาพ เสียง มาใช้ในการเรียนการสอน เพื่อเรียกความสนใจจากนักเรียน
2. Inform learners Objects : แจ้งจุดประสงค์ของบทเรียนนั้นๆ
3. Stimulate recall of prior learning : การกระตุ้นความรู้เดิม เพื่อเชื่อมโยงกับความรู้ใหม่ ทำได้โดย การทำ pre-test หรือ การถามตอบ
4. Present the content : การนำเสนอเนื้อหา ในรูปแบบที่น่าสนใจ
5. Provide learning guidance : การให้คำแนะนำ โดยผู้สอนสามารถโพสท์คำถามที่พบบ่อยๆ หรือตั้งปุ่ม help
6. Elicit performance : การตรวจสอบผลการเรียนรู้ ว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ขึ้นหรือไม่
7. Provide feedback : การให้ผลป้อนกลับ
8. Assess performance : การประเมินผล
9. Enhance retention & transfer to the job : การนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตจริง



เทคนิคในการออกแบบ WBI

ซึ่งจะมีในเรื่องของเนื้อหา ว่าเป็นอย่างไร ควรจะใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย การใช้สีของข้อความ สีของหน้า web การมีภาพประกอบ หรือสื่อประสมอื่นๆ การนำกิจกรรมเข้ามาช่วยให้เกิดการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น



Page Design

1. Simplicity รูปแบบที่เรียบง่ายทำให้เข้าถึงได้ง่าย ไม่ซับซ้อนเกินไปนัก ซึ่งจะมีภาพเคลื่อนไหวไม่มาก เพราะอาจจะไปรบกวนสายตาของผู้ที่เข้า Website

2. Consistency การสร้างความสม่ำเสมอตลอดทั้งWebsite เช่น จัดทำให้ทั้ง Website เป็นรูปแบบเดียวกัน โทนสีเดียวกันทั้ง Website

3. โทนสีการเลือกใช้สีนั้นมีความสำคัญ เพราะจะให้ความรู้สึก- อารมณ์ และกระตุ้นการรับรู้ต่อผู้ที่เข้าWebsite


Site structure หรือการออกแบบโครงสร้างของเว็บ

คือ การจัดหมวดหมู่ และการลำดับเนื้อหา แล้วจัดทำเป็นแผนผังโครงสร้าง wbesite ซึ่งจะทำให้หน้า web ของเรามีความเป็นระบบระเบียบ และง่ายต่อการใช้งาน ซึ่ง Site structure นั้นมีด้วยกัน 3 ประเภท คือ

1 Sequence เป็นการจัดลำดับ หน้า1-2-3-4-...
2 Hierachy เป็นการแบ่งแบบเป็นชั้น จากหัวข้อย่อยๆไปหัวข้อใหญ่ หรือจากหัวข้อใหญ่ไปหัวข้อย่อย
3 Combination เป็นแบบผสมผสาน


สิ่งที่ต้องนำมาคราวหน้า

-ออกแบบเว็บเควสท์ของตนเองต่อ
-ทำ ppt


ข้อเสนอแนะ

เนื้อหาเยอะมากเลยค่ะอาจารย์ เรียนแล้วรู้สึกมันหนักๆหัวยังไงบอกไม่ถูกค่ะ ในวันที่มีเรียนหนูท้องเสียค่ะ แล้วเพลียมากมาเรียนไม่ไหว เลยไม่ได้ดมกลิ่นสีกับเพื่อนๆในห้อง แต่การที่อาจารย์ให้เรียนผ่าน Website นี่ดีมากๆเลยค่ะ เพราะถึงแม้ว่าหนูจะไม่ได้มาเข้าเรียน แต่ก็ไม่พลาดโอกาสในการเรียนรู้

ขำๆ ^^