สิ่งที่ได้เรียนรู้
วันนี้ได้เรียนรู้ถึงการสร้างภาพเคลื่อนไหวโดยใช้โปรแกรม Image Ready ซึ่งขั้นตอนในการทำนั้นไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่กด File > Import > Folder as Frames แล้วก็ปรับความเร็วในการเล่น แล้วก็ save file เป็นสกุล .gif
แล้วก็ได้เรียนเรื่องการใช้โปรแกรม DreamWeaver เบื้องต้นในการสร้าง Web ซึ่งมีเรื่องดังต่อไปนี้
- การตั้งค่าsite เป็นการจัดตั้งที่เก็บไฟล์ในการทำงาน
- การตั้งค่าภาษา เป็นการทำให้ Web ของเราสามารถเปิดที่ไหนก็ได้ซึ่งจะใช้เป็น Unicode (UTF-8)
- การตั้งค่าเว็บเพจ เป็นการตั้งค่าทั่วไป อย่าง ชุดตัวอักษร สี ขนาด รูปแบบ ของตัวอักษร จุดเชื่อมต่อ หัวกระดาษต่างๆ เป็นต้น
- การสร้างตารางและใช้ตารางในการจัดองค์ประกอบหน้าเว็บ เป็นการสร้างตารางเพื่อใช้ในการจัดแบ่งหน้าหรือแบ่งส่วนของหน้าเว็บ
- การสร้างtemplate เป็นการบันทึกหน้าเว็บเป็น Template เพื่อลดเวลาสร้างหน้าเว็บทุกๆหน้าให้เหมือนกัน โดยเหลือเพียงแค่เฉพาะส่วนที่ต้องการแก้ไขให้สามารถเปลี่ยนแปลงได้
- การสร้าง Rollover Button เป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้กับ Web เพื่อให้มีการโต้ตอบกับผู้ใช้งาน
- การสร้าง link เป็นการทำให้เกิดการเชื่อมโยงกันระหว่างหน้าใน Web site
สุดท้ายก็ได้เรียนเรื่อง การใส่ Javascript เพื่อให้ Web ดูมีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น และทำให้สามารถเพิ่มความน่าสนใจของ Web ได้
สิ่งที่ต้องเตรียมมา
- จะต้องศึกษาเรื่อง DreamWeaver เพิ่มเติมอย่างมากๆ
- ทำ web ให้ได้ 70%
ข้อคิดเห็น
เนื้อหาวันนี้ยาก แล้วก็เยอะมากๆเลยค่ะอาจารย์ ก็ยังมีงงๆบ้าง แต่คิดว่าถ้าให้เวลากับมันก็น่าจะทำได้
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Learning Log 04
สิ่งที่ได้เรียนรู้
วันนี้ก็ได้ดูผลงานการออกแบบ WebQuest ของเพื่อนๆ ได้เห็นตัวอย่างดีๆเยอะเลยค่ะ แล้วก็ได้รู้ถึงข้อเสียของ WebQuest ที่ตัวเองออกแบบมา เพื่อที่จะได้นำไปปรับปรุงในการทำงานต่อไป
จากนั้นก็ได้เรียนเรื่อง Slide ซึ่งก็คือการแบ่งภาพ เพื่อที่จะนำไปลิงค์ถึงหน้าอื่นๆได้ ซึ่งการใช้ Slide นั้นในตอนแรกคิดว่าจะยุ่งยาก แต่พอได้ลองศึกษา และปฏิบัติจริงๆแล้วไม่ยากอย่างที่คิด แล้วก็ทำให้การใช้งานในการสร้าง Web ของเรานั้นง่ายขึ้น
ข้อควรจำในวันนี้คือ...ในตอนที่เรา save file เป็น save for web นั้นควรจะตั้งชื่อให้สัมพันธ์กับการใช้งาน เพราะเวลาที่เราจะนำมาลิงค์ จะได้ไม่สับสนว่าชื่อหน้าที่เราจะลิงค์ไปนั้นคืออะไร
สิ่งที่จะนำมาในคราวต่อไป
วันนี้เรียนไม่หนักมากดีค่ะ เนื้อหาไม่เยอะเกิน แล้วก็ได้ลองฝึกปฏิบัติแบบไม่ลนด้วย
วันนี้ก็ได้ดูผลงานการออกแบบ WebQuest ของเพื่อนๆ ได้เห็นตัวอย่างดีๆเยอะเลยค่ะ แล้วก็ได้รู้ถึงข้อเสียของ WebQuest ที่ตัวเองออกแบบมา เพื่อที่จะได้นำไปปรับปรุงในการทำงานต่อไป
จากนั้นก็ได้เรียนเรื่อง Slide ซึ่งก็คือการแบ่งภาพ เพื่อที่จะนำไปลิงค์ถึงหน้าอื่นๆได้ ซึ่งการใช้ Slide นั้นในตอนแรกคิดว่าจะยุ่งยาก แต่พอได้ลองศึกษา และปฏิบัติจริงๆแล้วไม่ยากอย่างที่คิด แล้วก็ทำให้การใช้งานในการสร้าง Web ของเรานั้นง่ายขึ้น
ข้อควรจำในวันนี้คือ...ในตอนที่เรา save file เป็น save for web นั้นควรจะตั้งชื่อให้สัมพันธ์กับการใช้งาน เพราะเวลาที่เราจะนำมาลิงค์ จะได้ไม่สับสนว่าชื่อหน้าที่เราจะลิงค์ไปนั้นคืออะไร
สิ่งที่จะนำมาในคราวต่อไป
PPT การออกแบบ WebQuest กลุ่มที่ทำขึ้น หรืออันที่พัฒนามาดีแล้ว
วันนี้เรียนไม่หนักมากดีค่ะ เนื้อหาไม่เยอะเกิน แล้วก็ได้ลองฝึกปฏิบัติแบบไม่ลนด้วย
วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Learning Log 03
สิ่งที่ได้เรียนรู้
ได้เรียนเรื่อง
ADDIE Model ซึ่งก็จะเหมือนกับที่เคยเรียนมาในวิชา system
1. Analyze : การวิเคราะห์ ประกอบด้วย 3 หัวข้อย่อยๆ คือ
- goal : วิเคราะห์วัตถุประสงค์ของบทเรียน
-audience : วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย
-environment : วิเคราะห์บริบทต่างๆ เช่น อุปกรณ์ เป็นต้น
2. Design : การออกแบบโครงสร้างของ Website ซึ่งในขั้นนี้เป็นขั้นที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นขั้นตอนที่จะทำให้ Website ของเรานั้นออกมาเป็นรูปร่างที่ชัดเจน
*rapid prototype....การออกแบบคร่าวๆ ก่อนที่จะไปพัฒนาจริง
3. Develop : การพัฒนา เป็นขั้นตอนต่อจาก rapid prototype ที่ได้รับการยอมรับแล้ว ในขั้นนี้จะเป็นการออกแบบพัฒนาต่อจากเดิมที่ได้ออกแบบไว้ เพื่อให้ Website มีความสมบูรณ์มากขึ้น
4. Implement : เป็นขั้นของการนำไปใช้ ซึ่งในขั้นนี้จะเป็นเพียงการทดลองใช้ก่อน หรือจะนำไปใช้จริงๆเลยก็ได้
5. Evaluation : การประเมินผล ดูว่าผลที่ได้เมื่อเรานำ Website ของเราไปทดลองใช้แล้วได้ผลเป็นอย่างไร จากนั้นอาจจะนำข้อมูลที่ได้ในคราวนี้มาปรับแก้ และพัฒนาตัว Website ต่อไป
GAGNE 9 ขั้น
1. Gain Attention : การนำวิดิโอ ภาพ เสียง มาใช้ในการเรียนการสอน เพื่อเรียกความสนใจจากนักเรียน
2. Inform learners Objects : แจ้งจุดประสงค์ของบทเรียนนั้นๆ
3. Stimulate recall of prior learning : การกระตุ้นความรู้เดิม เพื่อเชื่อมโยงกับความรู้ใหม่ ทำได้โดย การทำ pre-test หรือ การถามตอบ
4. Present the content : การนำเสนอเนื้อหา ในรูปแบบที่น่าสนใจ
5. Provide learning guidance : การให้คำแนะนำ โดยผู้สอนสามารถโพสท์คำถามที่พบบ่อยๆ หรือตั้งปุ่ม help
6. Elicit performance : การตรวจสอบผลการเรียนรู้ ว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ขึ้นหรือไม่
7. Provide feedback : การให้ผลป้อนกลับ
8. Assess performance : การประเมินผล
9. Enhance retention & transfer to the job : การนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตจริง
เทคนิคในการออกแบบ WBI
ซึ่งจะมีในเรื่องของเนื้อหา ว่าเป็นอย่างไร ควรจะใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย การใช้สีของข้อความ สีของหน้า web การมีภาพประกอบ หรือสื่อประสมอื่นๆ การนำกิจกรรมเข้ามาช่วยให้เกิดการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
Page Design
1. Simplicity รูปแบบที่เรียบง่ายทำให้เข้าถึงได้ง่าย ไม่ซับซ้อนเกินไปนัก ซึ่งจะมีภาพเคลื่อนไหวไม่มาก เพราะอาจจะไปรบกวนสายตาของผู้ที่เข้า Website
2. Consistency การสร้างความสม่ำเสมอตลอดทั้งWebsite เช่น จัดทำให้ทั้ง Website เป็นรูปแบบเดียวกัน โทนสีเดียวกันทั้ง Website
3. โทนสีการเลือกใช้สีนั้นมีความสำคัญ เพราะจะให้ความรู้สึก- อารมณ์ และกระตุ้นการรับรู้ต่อผู้ที่เข้าWebsite
Site structure หรือการออกแบบโครงสร้างของเว็บ
คือ การจัดหมวดหมู่ และการลำดับเนื้อหา แล้วจัดทำเป็นแผนผังโครงสร้าง wbesite ซึ่งจะทำให้หน้า web ของเรามีความเป็นระบบระเบียบ และง่ายต่อการใช้งาน ซึ่ง Site structure นั้นมีด้วยกัน 3 ประเภท คือ
1 Sequence เป็นการจัดลำดับ หน้า1-2-3-4-...
2 Hierachy เป็นการแบ่งแบบเป็นชั้น จากหัวข้อย่อยๆไปหัวข้อใหญ่ หรือจากหัวข้อใหญ่ไปหัวข้อย่อย
3 Combination เป็นแบบผสมผสาน
สิ่งที่ต้องนำมาคราวหน้า
-ออกแบบเว็บเควสท์ของตนเองต่อ
-ทำ ppt
ข้อเสนอแนะ
เนื้อหาเยอะมากเลยค่ะอาจารย์ เรียนแล้วรู้สึกมันหนักๆหัวยังไงบอกไม่ถูกค่ะ ในวันที่มีเรียนหนูท้องเสียค่ะ แล้วเพลียมากมาเรียนไม่ไหว เลยไม่ได้ดมกลิ่นสีกับเพื่อนๆในห้อง แต่การที่อาจารย์ให้เรียนผ่าน Website นี่ดีมากๆเลยค่ะ เพราะถึงแม้ว่าหนูจะไม่ได้มาเข้าเรียน แต่ก็ไม่พลาดโอกาสในการเรียนรู้
ได้เรียนเรื่อง
ADDIE Model ซึ่งก็จะเหมือนกับที่เคยเรียนมาในวิชา system
1. Analyze : การวิเคราะห์ ประกอบด้วย 3 หัวข้อย่อยๆ คือ
- goal : วิเคราะห์วัตถุประสงค์ของบทเรียน
-audience : วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย
-environment : วิเคราะห์บริบทต่างๆ เช่น อุปกรณ์ เป็นต้น
2. Design : การออกแบบโครงสร้างของ Website ซึ่งในขั้นนี้เป็นขั้นที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นขั้นตอนที่จะทำให้ Website ของเรานั้นออกมาเป็นรูปร่างที่ชัดเจน
*rapid prototype....การออกแบบคร่าวๆ ก่อนที่จะไปพัฒนาจริง
3. Develop : การพัฒนา เป็นขั้นตอนต่อจาก rapid prototype ที่ได้รับการยอมรับแล้ว ในขั้นนี้จะเป็นการออกแบบพัฒนาต่อจากเดิมที่ได้ออกแบบไว้ เพื่อให้ Website มีความสมบูรณ์มากขึ้น
4. Implement : เป็นขั้นของการนำไปใช้ ซึ่งในขั้นนี้จะเป็นเพียงการทดลองใช้ก่อน หรือจะนำไปใช้จริงๆเลยก็ได้
5. Evaluation : การประเมินผล ดูว่าผลที่ได้เมื่อเรานำ Website ของเราไปทดลองใช้แล้วได้ผลเป็นอย่างไร จากนั้นอาจจะนำข้อมูลที่ได้ในคราวนี้มาปรับแก้ และพัฒนาตัว Website ต่อไป
GAGNE 9 ขั้น
1. Gain Attention : การนำวิดิโอ ภาพ เสียง มาใช้ในการเรียนการสอน เพื่อเรียกความสนใจจากนักเรียน
2. Inform learners Objects : แจ้งจุดประสงค์ของบทเรียนนั้นๆ
3. Stimulate recall of prior learning : การกระตุ้นความรู้เดิม เพื่อเชื่อมโยงกับความรู้ใหม่ ทำได้โดย การทำ pre-test หรือ การถามตอบ
4. Present the content : การนำเสนอเนื้อหา ในรูปแบบที่น่าสนใจ
5. Provide learning guidance : การให้คำแนะนำ โดยผู้สอนสามารถโพสท์คำถามที่พบบ่อยๆ หรือตั้งปุ่ม help
6. Elicit performance : การตรวจสอบผลการเรียนรู้ ว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ขึ้นหรือไม่
7. Provide feedback : การให้ผลป้อนกลับ
8. Assess performance : การประเมินผล
9. Enhance retention & transfer to the job : การนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตจริง
เทคนิคในการออกแบบ WBI
ซึ่งจะมีในเรื่องของเนื้อหา ว่าเป็นอย่างไร ควรจะใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย การใช้สีของข้อความ สีของหน้า web การมีภาพประกอบ หรือสื่อประสมอื่นๆ การนำกิจกรรมเข้ามาช่วยให้เกิดการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
Page Design
1. Simplicity รูปแบบที่เรียบง่ายทำให้เข้าถึงได้ง่าย ไม่ซับซ้อนเกินไปนัก ซึ่งจะมีภาพเคลื่อนไหวไม่มาก เพราะอาจจะไปรบกวนสายตาของผู้ที่เข้า Website
2. Consistency การสร้างความสม่ำเสมอตลอดทั้งWebsite เช่น จัดทำให้ทั้ง Website เป็นรูปแบบเดียวกัน โทนสีเดียวกันทั้ง Website
3. โทนสีการเลือกใช้สีนั้นมีความสำคัญ เพราะจะให้ความรู้สึก- อารมณ์ และกระตุ้นการรับรู้ต่อผู้ที่เข้าWebsite
Site structure หรือการออกแบบโครงสร้างของเว็บ
คือ การจัดหมวดหมู่ และการลำดับเนื้อหา แล้วจัดทำเป็นแผนผังโครงสร้าง wbesite ซึ่งจะทำให้หน้า web ของเรามีความเป็นระบบระเบียบ และง่ายต่อการใช้งาน ซึ่ง Site structure นั้นมีด้วยกัน 3 ประเภท คือ
1 Sequence เป็นการจัดลำดับ หน้า1-2-3-4-...
2 Hierachy เป็นการแบ่งแบบเป็นชั้น จากหัวข้อย่อยๆไปหัวข้อใหญ่ หรือจากหัวข้อใหญ่ไปหัวข้อย่อย
3 Combination เป็นแบบผสมผสาน
สิ่งที่ต้องนำมาคราวหน้า
-ออกแบบเว็บเควสท์ของตนเองต่อ
-ทำ ppt
ข้อเสนอแนะ
เนื้อหาเยอะมากเลยค่ะอาจารย์ เรียนแล้วรู้สึกมันหนักๆหัวยังไงบอกไม่ถูกค่ะ ในวันที่มีเรียนหนูท้องเสียค่ะ แล้วเพลียมากมาเรียนไม่ไหว เลยไม่ได้ดมกลิ่นสีกับเพื่อนๆในห้อง แต่การที่อาจารย์ให้เรียนผ่าน Website นี่ดีมากๆเลยค่ะ เพราะถึงแม้ว่าหนูจะไม่ได้มาเข้าเรียน แต่ก็ไม่พลาดโอกาสในการเรียนรู้
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Learning Log 02
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้...
- ในตอนต้นชั่วโมงอาจารย์ทวนความรู้เดิมที่ได้เรียนไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว โดยให้ธนพจน์ออกมาทวนให้เพื่อนฟัง แล้วเพื่อนๆในห้องก็ช่วยกันตอบว่าเรียนอะไรไปบ้าง อย่าง future of internet วิวัฒนาการการศึกษาทางไกล WEB 2.0 เป็นต้น
- แล้วก็เรียนเรื่อง WebQuest ....
- WebQuest คือ นวัตกรรมการจัดกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนใช้ข้อมลูออนไลน์ในการเรียนรู้แบบสืบสอบ
- การบูรณาการ WebQuest กับการเรียนการสอน...ได้เห็นตัวอย่างของรุ่นพี่ที่ทำเอาไว้
- หัวใจของ WebQuest...
1. การนำเข้า
2. การแปลงสาร
3. ส่วนนำออก
- องค์ประกอบของ WebQuest....
- สรุปลักษณะของ WebQuest....
- หลังจากที่ได้เรียนเรื่อง WebQuest ไปแล้วอาจารย์ก็ให้ไปหา WebQuest ตามรายวิชาเอกของตัวเอง จากนั้นก็ดูว่าองค์ประกอบของ WebQuest นั้นเป็นอย่างไร แล้วก็ให้ไปดูของเพื่อน พร้อมทั้ง comment อีก 5 คน ซึ่งจากกิจกรรมนี้ทำให้ได้เห็นตัวอย่างที่หลากหลาย ทั้งตัวอย่างที่ดี และตัวอย่างที่ควรจะแก้ไข
- สุดท้ายเรียนเรื่อง Web 2.0 Tools ว่ามีอะไรบ้าง และมีกลุ่มต่างๆ ของเครื่องมือมีดังนี้
วัตถุประสงค์ - เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการละเล่นของเด็กไทยในสมัยก่อน
- เพื่ออนุรักษ์การละเล่นของเด็กไทยในสมัยก่อนเอาไว้
- เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รู้จักกับการละเล่นของเด็กไทยในสมัยก่อน
บทนำ - พูดเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงไปของสังคมไทย และรูปแบบการละเล่นของเด็กไทยที่เปลี่ยนแปลงไป
ภาระงาน - ให้นักเรียนจับกลุ่มกัน 4 - 5 คน แล้วเลือกการละเล่นมา 1 อย่าง ไปศึกษาวิธีการเล่น กฎกติกา และอุปกรณ์ที่ใช้มา จากนั้นให้เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการละเล่นมาเพื่อทำกิจกรรมร่วมกันในคราวหน้า โดยมีเวลาในการทำกิจกรรมให้กลุ่มละ 15 นาที
- ให้เขียนถึงประสบการณ์ที่ได้จากการที่ได้ทดลองเล่นการละเล่นของเด็กไทยสมัยก่อน
กระบวนการ - มอบหมายงานให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม และเลือกเรื่องเพื่อไปศึกษา
- ร่วมทำกิจกรรม หลังจากที่แต่ละกลุ่มได้ไปศึกษาเรื่องที่ได้รับมอบหมายมาแล้ว
- ผู้เรียนเขียนถึงประสบการณ์ที่ได้จากการที่ได้ร่วมทำกิจกรรมใส่ไว้ใน Webboard
ประเมินผล - ใช้การประเมินผลแบบ Rubric
สรุป - ผู้สอนสรุปเนื้อหาว่าการละเล่นเด็กไทยสมัยก่อนมีอะไรบ้าง แตกต่างกับการละเล่นของเด็กไทยในปัจจุบันอย่างไร และทำไมจึงต้องเรียนเรื่องการละเล่นของเด็กไทยสมัยก่อน
สิ่งที่จะต้องเตรียมมาในคราวหน้า...
- ออกแบบ WebQuest และเลือก Tool ที่จะใช้ประกอบใน WebQuest ของตัวเอง
ข้อคิดเห็น...
- เรียนแบบนี้ก็สนุกไปอีกแบบดีค่ะ อิสระดี แต่กระดานสนทนาของหนูมันไม่ค่อยอัพเดทเลยอ่ะค่ะ เห็นของเพื่อนแค่ไม่กี่คนเอง แล้วก็ต้องคอบเข้าๆ ออกๆจากระบบเรื่อยๆด้วย เพื่อให้ข้อมูลมันขึ้นอ่ะค่ะ
- ในตอนต้นชั่วโมงอาจารย์ทวนความรู้เดิมที่ได้เรียนไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว โดยให้ธนพจน์ออกมาทวนให้เพื่อนฟัง แล้วเพื่อนๆในห้องก็ช่วยกันตอบว่าเรียนอะไรไปบ้าง อย่าง future of internet วิวัฒนาการการศึกษาทางไกล WEB 2.0 เป็นต้น
- แล้วก็เรียนเรื่อง WebQuest ....
- WebQuest คือ นวัตกรรมการจัดกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนใช้ข้อมลูออนไลน์ในการเรียนรู้แบบสืบสอบ
- การบูรณาการ WebQuest กับการเรียนการสอน...ได้เห็นตัวอย่างของรุ่นพี่ที่ทำเอาไว้
- หัวใจของ WebQuest...
1. การนำเข้า
2. การแปลงสาร
3. ส่วนนำออก
- องค์ประกอบของ WebQuest....
- บทนำ....กล่าวถึงที่มาของกระบวนการ และกิจกรรม
- ภาระงาน....บอกนักเรียนให้ทราบถึงผลที่จะได้จากการทำงาน
- กระบวนการ....ควรเขียนเป็นข้อๆ บอกถึงกระบวนการต่างๆในการทำกิจกรรม
- การประเมินผล....แสดงเกณฑ์การตัดสิน การใช้รูบริค
- สรุป....ทำให้นักเรียนทราบถึงความสำคัญของกิจกรรม แลพทิ้งคำถามที่ทำให้ผู้เรียนนำความรู้ไปต่อยอด
- แหล่งอ้างอิง....ผู้สอนบอกว่าข้อมูลต่างๆได้มาจากที่ไหน
- ส่วนของครูผู้สอน....เป็นส่วนที่ผู้พัฒนาชี้แจงถึงการใช้ WebQuest ให้แก่ครูผู้สนใจ
- สรุปลักษณะของ WebQuest....
- ข้อมูลจะเป็นข้อมูลที่ทันสมัย
- เป็นการประเมินตามสภาพจริง และกระตุ้นให้ผู้เรียนได้ใช้วิธีการสำรวจตรวจสอบ
- เป็นคำถามปลายเปิด
- ผู้เรียนเกิดความเชี่ยวชาญ และได้ทราบถึงความถนัดของตน
- มีการเข้าร่วมในกระบวนการกลุ่ม
- ปลุกเร้าให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญระหว่างแนวคิด และความเป็นจริง
- หลังจากที่ได้เรียนเรื่อง WebQuest ไปแล้วอาจารย์ก็ให้ไปหา WebQuest ตามรายวิชาเอกของตัวเอง จากนั้นก็ดูว่าองค์ประกอบของ WebQuest นั้นเป็นอย่างไร แล้วก็ให้ไปดูของเพื่อน พร้อมทั้ง comment อีก 5 คน ซึ่งจากกิจกรรมนี้ทำให้ได้เห็นตัวอย่างที่หลากหลาย ทั้งตัวอย่างที่ดี และตัวอย่างที่ควรจะแก้ไข
- สุดท้ายเรียนเรื่อง Web 2.0 Tools ว่ามีอะไรบ้าง และมีกลุ่มต่างๆ ของเครื่องมือมีดังนี้
- Web application tools - เครื่องมือสนับสนุนการทำงานบนเว็บ
- Communication tools - เครื่องมือสำหรับติดต่อสื่อสาร
- Community tools - เครื่องมือส่งเสริมการเป็นชุมชนออนไลน์
- File sharing tools - File sharing tools - เครื่องมือที่ช่วยในการแบ่งปันข้อมูล
- จากที่ได้ไปศึกษาเรื่อง Web 2.0 Tools มาแล้วก็มาถึงขั้นตอนการออกแบบ ซึ่ง WebQuest ของหนูเป็นดังนี้ค่ะ
ชื่อเรื่อง : การละเล่นเด็กไทยสมัยก่อน
กลุ่มเป้าหมาย - นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หรือบุคคลทั่วไปที่สนใจวัตถุประสงค์ - เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการละเล่นของเด็กไทยในสมัยก่อน
- เพื่ออนุรักษ์การละเล่นของเด็กไทยในสมัยก่อนเอาไว้
- เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รู้จักกับการละเล่นของเด็กไทยในสมัยก่อน
บทนำ - พูดเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงไปของสังคมไทย และรูปแบบการละเล่นของเด็กไทยที่เปลี่ยนแปลงไป
ภาระงาน - ให้นักเรียนจับกลุ่มกัน 4 - 5 คน แล้วเลือกการละเล่นมา 1 อย่าง ไปศึกษาวิธีการเล่น กฎกติกา และอุปกรณ์ที่ใช้มา จากนั้นให้เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการละเล่นมาเพื่อทำกิจกรรมร่วมกันในคราวหน้า โดยมีเวลาในการทำกิจกรรมให้กลุ่มละ 15 นาที
- ให้เขียนถึงประสบการณ์ที่ได้จากการที่ได้ทดลองเล่นการละเล่นของเด็กไทยสมัยก่อน
กระบวนการ - มอบหมายงานให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม และเลือกเรื่องเพื่อไปศึกษา
- ร่วมทำกิจกรรม หลังจากที่แต่ละกลุ่มได้ไปศึกษาเรื่องที่ได้รับมอบหมายมาแล้ว
- ผู้เรียนเขียนถึงประสบการณ์ที่ได้จากการที่ได้ร่วมทำกิจกรรมใส่ไว้ใน Webboard
ประเมินผล - ใช้การประเมินผลแบบ Rubric
สรุป - ผู้สอนสรุปเนื้อหาว่าการละเล่นเด็กไทยสมัยก่อนมีอะไรบ้าง แตกต่างกับการละเล่นของเด็กไทยในปัจจุบันอย่างไร และทำไมจึงต้องเรียนเรื่องการละเล่นของเด็กไทยสมัยก่อน
สิ่งที่จะต้องเตรียมมาในคราวหน้า...
- ออกแบบ WebQuest และเลือก Tool ที่จะใช้ประกอบใน WebQuest ของตัวเอง
ข้อคิดเห็น...
- เรียนแบบนี้ก็สนุกไปอีกแบบดีค่ะ อิสระดี แต่กระดานสนทนาของหนูมันไม่ค่อยอัพเดทเลยอ่ะค่ะ เห็นของเพื่อนแค่ไม่กี่คนเอง แล้วก็ต้องคอบเข้าๆ ออกๆจากระบบเรื่อยๆด้วย เพื่อให้ข้อมูลมันขึ้นอ่ะค่ะ
Lerning Log 01
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้.....
- Future of Internet
- วิวัฒนาการของการศึกษาทางไกล ว่ามีอยู่ด้วยกัน 5 ยุค คือ
1.ยุคที่เรียนทางไปรษณีย์
2. ยุคของมหาวิทยาลัยเปิด เรียนผ่านสื่อวิทยุและโทรทัศน์ เปิดให้ทุกคนลงทะเบียนได้ โดยไม่คำนึงถึงประสบการณ์ ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา
3. ยุคของวิดีโอเทป การกระจายเสียง ดาวเทียม และสายเคเบิ้ล
4. ยุคที่เรียนผ่านเว็บ หรืออินเตอร์เน็ต เป็นการให้ความรู้ผ่านเว็บไซต์ ทุกที่ ทุกเวลา สำหรับทุกคน
5. ยุคของ E-Learning เทคโนโลยีหลายๆรูปแบบที่หลากหลาย มีอิทธิพลกับการเรียนการสอนมากขึ้น มีการติดต่อสื่อสารมากขึ้น ทั้งประสานเวลา และไม่ประสานเวลา
- องค์ประกอบของ WBI มีด้วยกัน 4 องค์ประกอบ คือ
1.เนื้อหา
2.การติดต่อสื่อสาร
3.ระบบบริหารการเรียน
4.การสอบวัดประเมินผล
- แนวทางในการนำ WEB 2.0 ไปใช้ในการเรียนการสอน
การนำ WEB 2.0 มาใช้ในการเรียนการสอนนั้นจะทำให้ผู้เรียนสามารถอัพเดทข่าวสารการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และ Real time อีกอย่างผู้เรียนส่วนใหญ่ก็มีการใช้อินเทอร์เนตในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว การนำ web 2.0 ไปใช้ยิ่งทำให้การเรียนสะดวกขึ้น
- Future of Internet
- วิวัฒนาการของการศึกษาทางไกล ว่ามีอยู่ด้วยกัน 5 ยุค คือ
1.ยุคที่เรียนทางไปรษณีย์
2. ยุคของมหาวิทยาลัยเปิด เรียนผ่านสื่อวิทยุและโทรทัศน์ เปิดให้ทุกคนลงทะเบียนได้ โดยไม่คำนึงถึงประสบการณ์ ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา
3. ยุคของวิดีโอเทป การกระจายเสียง ดาวเทียม และสายเคเบิ้ล
4. ยุคที่เรียนผ่านเว็บ หรืออินเตอร์เน็ต เป็นการให้ความรู้ผ่านเว็บไซต์ ทุกที่ ทุกเวลา สำหรับทุกคน
5. ยุคของ E-Learning เทคโนโลยีหลายๆรูปแบบที่หลากหลาย มีอิทธิพลกับการเรียนการสอนมากขึ้น มีการติดต่อสื่อสารมากขึ้น ทั้งประสานเวลา และไม่ประสานเวลา
- องค์ประกอบของ WBI มีด้วยกัน 4 องค์ประกอบ คือ
1.เนื้อหา
2.การติดต่อสื่อสาร
3.ระบบบริหารการเรียน
4.การสอบวัดประเมินผล
- แนวทางในการนำ WEB 2.0 ไปใช้ในการเรียนการสอน
การนำ WEB 2.0 มาใช้ในการเรียนการสอนนั้นจะทำให้ผู้เรียนสามารถอัพเดทข่าวสารการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และ Real time อีกอย่างผู้เรียนส่วนใหญ่ก็มีการใช้อินเทอร์เนตในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว การนำ web 2.0 ไปใช้ยิ่งทำให้การเรียนสะดวกขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
GettinG TO KnoW~*

น.ส. เกศินี ทองทวี
"ant"
นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สาขาวิชามัธยม-ศิลป์
วิชาเอก: ภาษาไทย-เทคโนโลยีการศึกษา
สิงที่คาดหวังจากการเรียนในวิชานี้
ในที่สุดก็จะสามารถสร้างเวปไซต์เป็นกะเค้าแล้ว!!!!
จะตั้งใจเรียน แล้วก็พยายามจดจำความรู้ที่จะได้รับให้ได้มากที่สุด
เพื่อที่จะได้นำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตต่อไปค่ะ
แล้วสิ่งที่คาดหวังอีกอย่างก็คือ....การได้เกรด A จากรายวิชานี้ค่ะ ^^
ประสบการณ์ในการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะเป็นประสบการณ์กับโปรแกรมพื้นฐานที่ใช้กันทั่วไปอย่างMicrosoft Office , Windows Movie Maker,MSN, Skypeนานๆครั้งถึงจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวก Hard Ware( ก็เวลาจะหาซื้อคอมใหม่นั่นแหละค่ะจะเป็นช่วงเวลาที่ได้อัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อย่างเต็มเปี่ยมเลยล่ะคะ )
แผนในอนาคตต้องแต่งงานก่อนอายุ 30 ค่ะ!!!!จริงจังมากค่ะ!!!!
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
